January 4, 2009 by suwitdesign

บทเพลง “อย่าหยุดยั้ง” ของ ดิโอฬารโปรเจท ดังขึ้น ในขณะที่เพื่อนๆ กำลังสุมหัวเผางานส่งอาจารย์ บ้างขัดโมเดล บ้างกำลังทำเพลท บ้างหลับปุ๋ยหมดแรงอยู่พื้นทางเดิน บ้างดื่ม กระทิงแดง เพื่อให้ตาที่กำลังจะหลับได้สว่างขึ้นอีกครั้ง
บรรยากาศเก่าๆ กับความหลังที่ผ่านมากว่า 20 ปี จะถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง กับ ครึ้ม 2552 งานประจำรุ่น ID ลาดกระบัง รุ่น 19 ที่ห่างหายกันไปนาน ครั้งนี้จัด สามวันสองคืน เฉลิมฉลองบ้านอาจารย์ต่อ พักผ่อนกันไม่ใกล้ไม่ไกลแค่หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี
เชิญพี่น้องผองเพื่อนร่วมแจมกันให้เต็มอิ่ม พร้อมลิ้มรสกับอาหารสั่งตรงจาก พี่หมู แม่ครัวไข่ระเบิด หมูย่างสุดลิ้มรส จากครัว ‘ถาปัด ที่ให้เกียรติทำอาหารให้พวกเราโดยเฉพาะ
เปิดตัวศิลปินนักร้องรางวัลเวทีระดับชาติ KPN (ลองตามหาว่าเป็นของเพื่อนเราคนไหน) ที่มาพร้อมกับบทเพลงที่ทุกท่านคุ้นเคย
พบปะ ทำความรู้จักกับครอบครัวของเพื่อนๆ บวก ลูกๆ หลานๆ
เตรียมตัวพร้อมลุยกับกิจกรรม Outdoor Adventure ทั้งขี่จักรยาน ปีนเขา หรือชิวชิว กับสปาท้องถิ่นที่เปิดโอกาสให้คุณได้แช่น้ำร้อนจากธรรมชาติ
ร่วมทำบุญสังฆทานกับเพื่อนๆ ปลูกต้นไม้พร้อม Name Tag ติดประจำต้น
และที่ขาดไม่ได้ การแข่งขันทำโมเดลจากลูกๆหลานๆ เพื่อพิสูจน์ว่า ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม พร้อมยืนยันที่จะร่วม ครึ้ม 2552 ได้ที่ เท่ง ไก๋ วู๊ดดี้ หมู และ อ้า ตลอด 24 ชั่วโมง
เราอยากให้คุณมา จริง จริง น่ะ รายละเอียดและโปรแกรมดูได้จากภาพด้านล่างนะครับ
กรุณายืนยันการเดินทางภายในวันศุกร์ที่ 9 มกราคม นี้นะครับ เพราะเราต้องรีบจองที่พักครับผม

Posted in Uncategorized | Leave a Comment »
December 23, 2008 by suwitdesign

วันนี้หยิบยก Hippo Water Rollers มาให้คุณผูอ่านได้เห็นถึง “พลังของงานออกแบบ” ที่สามารถทำให้กลุ่มคนที่เข้าถึงแหล่งน้ำได้ยาก มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
ในหลายประเทศที่การสาธารณสุขยังไม่ได้มีการพัฒนาอย่างเต็มที่ การขนส่งน้ำเพื่อการบริโภคได้กลายเป็นกิจวัตรประจำวันที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงไม่น่าแปลกใจเลย ที่จะเห็นภาพของผู้คนหิ้วถังน้ำ หรือแบกไว้บนศรีษะ เดินทางในระยะทางไกล ซึ่งแต่ละครั้งก็ได้ปริมาณน้ำที่น้อย จึงจำเป็นต้องใช้เวลาเดินไปกลับมากมายหลายเที่ยวกว่าจะได้น้ำมาบริโภคอย่าง เพียงพอ เวลาที่เสียไปกับการขนส่งน้ำ กว่าครึ่งวันหมดไปกับการขนส่งน้ำ ส่งผลให้คุณภาพชีวิต ทั้งเรื่องการศึกษา การพัฒนาบุคคล ฯลฯ ลดน้อยถอยลง
ปัญหาที่เกิดขึ้นมานี้ได้ถูกแก้ไขโดยงานออกแบบภายใต้ Hippo Water Rollers โดยนักออกแบบได้เปลี่ยนพฤติกรรมการการขนน้ำจากการหิ้ว หรือ แบก มาเป็นการเข็น ที่นอกจากจะสามารถขนน้ำได้ครั้งละ 90 ลิตร (เหมาะกับการใช้งานหนึ่งครอบครัวห้าคน / หนึ่งวัน) ยังลดอาการบาดเจ็บและการเมื่อยล้าอันเกิดจากพฤติกรรมการขนแบบเดิม อีกทั้งยังใช้แรงผลักในการเคลื่อนย้ายเพียงแค่ 10 กิโลกรัม จึงทำให้เด็ก และผู้ใหญ่สามารถใช้งานได้สะดวก
ถังที่ว่านี้ได้ถูกออกแบบให้มีรูปทรงที่เหมือนกับล้อทำจากวัสดุพลาสติก คุณภาพสูงที่มีความยืดหยุ่นพอเหมาะ พร้อมกับร่องบนตัวถังเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเข็นบนพื้นผิวที่ต่างกัน มีฝาปิดขนาดใหญ่ที่ทำให้การเติมน้ำสะดวก บวกแกนเหล็กที่ยึดติดกับตัวถัง ทำหน้าที่เป็นที่จับให้ผู้ใช้สามารถเข็น Hippo Water Rollers ได้อย่างสะดวก
งานออกแบบที่เหมาะสม โดยไม่มีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาควบคุมชิ้นนี้ จึงสามารถตอบสนองกับความต้องการชุมชน พร้อมแก้ปัญหาได้ในวงกว้าง อันเป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนในชุมชนนั้นๆ และนี่คืออีกหนึ่งตัวอย่างของงานออกแบบที่สามารถตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาได้ เป็นอย่างดี
อย่าลืมส่งอีเมลแบ่งปันมาให้ชื่นชมกันด้วยนะครับ
Posted in Uncategorized | 1 Comment »
December 22, 2008 by suwitdesign

กว่าขวบปีที่ผ่านมา ได้มีโอกาสเข้าชมนิทรรศการหลายครั้ง หลายแห่ง แต่นิทรรศการที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจได้อย่างสูงที่อยู่ในใจของผมปีนี้น่า จะเป็นนิทรรศการก่อนจะหมดปีชิ้นนี้ ภายใต้ชื่อ “อจีรีง” นิทรรศการแรกที่จะตาย…ต่อหน้าคุณ ภายใต้ Perishable Beauty ที่จัดขึ้นโดย TCDC ชั้น 6 เอ็มโพเรี่ยม นอกจากแรงบันดาลใจที่ผู้ชมจะได้รับแล้ว ท่านจะได้เรียนรู้ถึงพลังของ Exhibition Design ที่สามารถถ่ายทอดเป้าหมายของงานสู่ความรู้สึกที่ผู้ชมสามารถสัมผัสได้
Exhibition Design หรืองานออกแบบนิทรรศการนั้น เป็นเครื่องมือทางการตลาดที่ถูกนำมาใช้ในการถ่ายทอดเชิง สามมิติ ผ่านอุปกรณ์ที่นำมาตกแต่ง การจัดไฟ บรรยากาศ เสียง รวมไปถึงกลิ่น เพื่อให้สัมผัสทั้งห้าของผู้ชมทำงานได้ครบทั้ง 360 องศา อันเป็นการสร้างประสบการณ์ระหว่างการเข้าชมได้อย่างดีเยี่ยม Interactive System หรือการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้าชมกับตัวงานจึงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ที่สามารถทำให้ผู้ชมเข้าใจเนื้อหามากขึ้น
นิทรรศการ “อจีรัง” ที่ว่านี้ ได้สะท้อนให้เห็นถึงตัวเลขที่พุ่งสูงกว่า 11 ล้านล้านบาทต่อปี อันเป็นตัวเลขที่มนุษย์ได้ใช้เงินในการต่อสู้ไปกับการหยุดยั้งความโรยรา บำเรอประทินผิวไปกับความงาม เพื่อให้หลุดพ้นจากคำว่า “อจีรัง” ตั้งแต่ครีมบำรุงผิว การฉีดโบท๊อกซ์ ศัลยกรรมตกแต่ง ฟิตเนส สปา การปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ ไปจนถึงการโคลนนิ่ง ตัวเลขสูงหลักสิบล้านล้านบาทเป็นตัวเลขที่เกิดขึ้นจากธุรกิจที่รายล้อมเพื่อ ฉุดรั้งความสวยงามทั้งของมนุษย์ และของธรรมชาติให้คงทนยืนยาวมากที่สุด เกิดเป็นธุรกิจที่หลากหลายรายล้อมอยู่กับคำว่า “อจีรัง” คำนี้
นิทรรศการได้ถูกแบ่งออกเป็น 8 ส่วน เริ่มตั้งแต่ส่วนแรก “อนิจัง (Anicca)” อันแสดงให้เห็นถึงสัจธรรมของความเสื่อมสลาย และการดับสูญที่ว่า จักรวาลอันยิ่งใหญ่ยังสามารถแตกดับได้ ร่างกายของมนุษย์ที่มีอายุขัยเพียงพริบตาก็คงสภาพไม่แตกต่างกัน, ส่วนที่สอง “ความตาย (Death)” โดยต้องการให้ผู้เข้าชมรู้สึกหวาดกลัวต่อความตาย พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงการสร้างความสุขให้มากที่สุด ในขณะที่ตนเองยังมีชีวิตอยู่ เช่นการเลือกรับประทานอาหารดีดีเพื่อสร้างสุนทรียรสในชีวิตให้มากที่สุด, ส่วนที่สาม “ความกลัว (Fear)” แสดงให้เห็นถึงความพยายามที่มนุษย์ทุกยุคทุกสมัยล้วนดิ้นรนให้พ้นจากความ เสื่อมสลายอยู่ตลอดเวลา เช่น การทำมัมมี่ การทำโคลนนิ่ง หรือแม้กระทั่งธุรกิจที่เกิดขึ้นมาใหม่อย่างเช่น การทำอัญมณีจากอัฐิ เป็นต้น
ส่วนที่สี่ “ความงาม (Beauty)” แสดงให้เห็นถึงความพอใจที่มนุษย์ต้องการเห็นตนเองดูดีอยู่เสมอ จึงเป็นช่องทางให้เกิดธุรกิจทางด้านความงามมากมายที่เติบโตขึ้นเป็นดอกเห็ด อาทิ เครื่องสำอางค์ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว การทำศัลยกรรม ฯลฯ
ส่วนที่ห้า “ฤดูกาล (Season)” อันเป็นการฉกฉวยโอกาสของฤดูกาลทางธรรมชาติที่มีช่วงระยะเวลาจำกัดมาสร้าง ธุรกิจ เช่นฤดูท่องเที่ยวชมดอกซากุระของประเทศญี่ปุ่นที่สามารถหยิบยกช่วงเวลาแห่ง ธรรมชาติมาสร้างรายได้อย่างงดงาม
ส่วนที่หก “สิ่งแวดล้อม (Environment)” อันแสดงถึงการจัดการที่ดีในการจัดระเบียบของสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่อย่างมี ระบบ เกิดการท่องเที่ยงเชิงอนุรักษ์ เช่น ความสำเร็จของอัมพวา กับการดื่มด่ำบรรยากาศแบบบ้านๆ หรือเมืองเก่าอย่างเวนิสในประเทศอิตาลี
ส่วนที่เจ็ด “กระบวนจัดการความเสื่อม (Freshness Management)” แสดงถึงการยืดอายุกับการเสื่อมสลายทางธรรมชาติ เช่นการรักษาความสดของดอกไม้ อันเป็นช่องทางการทำธุรกิจที่น่าสนใจ
และท้ายที่สุดกับส่วนที่แปด “มะนาวหยดสุดท้าย (Last Drop)” ซึ่งเป็นส่วนที่ผู้จัดได้ทิ้งคำถาม เพื่อให้เราได้ฉุกคิดถึงธุรกิจที่รายล้อม “อจีรัง” คำนี้ อันเป็นการสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ขับเคลื่อนธุรกิจ ส่วนนี้เองที่จะสรุปแนวความคิดเพื่อให้ผู้ชมได้นำความรู้ และสัจธรรมจากความอจีรังมาแตกหน่อให้เกิดเป็นโอกาสทางธุรกิจ
เข้าชมฟรีตลอดงานของนิทรรศการชิ้นนี้ ที่การันตีถึงแรงบันดาลใจที่คุณจะได้รับ แม้เนื้อหาอาจจะไม่ตรงกับธุรกิจที่คุณทำอยู่ แต่อย่างน้อย “อจีรัง” ในวันนี้ก็แสดงให้เห็นถึงงานออกแบบ Exhibition Design ที่สามารถสะกดสัมผัสทั้งห้า + สัมผัสที่หก ที่คุณอาจจะสัมผัสถึงพลังอันลี้ลับตั้งแต่ก้าวแรกที่ประตูของงานได้เปิด ต้อนรับคุณ งานมีถึงกุมภาศกหน้านะครับ
Posted in Uncategorized | Leave a Comment »
December 20, 2008 by suwitdesign
Welcome to WordPress.com. This is your first post. Edit or delete it and start blogging!
Posted in Uncategorized | 2 Comments »